บทที่ 1 · SEMICONDUCTOR THAILAND
โอกาสครั้งสำคัญของประเทศไทยในยุคเศรษฐกิจเซมิคอนดักเตอร์
“ทุกประเทศมีช่วงเวลาที่สามารถเปลี่ยนอนาคตของตนเองได้ หากมองเห็นโอกาสก่อนและเตรียมความพร้อมก่อน ผมเชื่อว่า วันนี้คือช่วงเวลานั้นของประเทศไทย”
Executive Summary
โลกกำลังเข้าสู่ยุคเศรษฐกิจใหม่ที่ขับเคลื่อนด้วย เซมิคอนดักเตอร์ (Semiconductor) ซึ่งเป็นหัวใจของปัญญาประดิษฐ์ (AI) ศูนย์ข้อมูล (Data Center) รถยนต์ไฟฟ้า (EV) ระบบสื่อสาร 5G/6G หุ่นยนต์ และอุตสาหกรรมอัจฉริยะ
ประเทศมหาอำนาจกำลังเร่งลงทุนหลายแสนล้านดอลลาร์สหรัฐเพื่อสร้างความมั่นคงของห่วงโซ่อุปทานและพัฒนาเทคโนโลยีของตนเอง ขณะเดียวกัน บริษัทเทคโนโลยีระดับโลกก็กำลังขยายการลงทุนในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้
สำหรับประเทศไทย นี่ไม่ใช่เพียงโอกาสในการสร้างโรงงานเพิ่มขึ้น แต่เป็นโอกาสในการยกระดับประเทศจาก ฐานการผลิต ไปสู่ ฐานแห่งองค์ความรู้ นวัตกรรม และบุคลากรคุณภาพสูง
โลกกำลังเปลี่ยน และประเทศไทยกำลังอยู่ในจังหวะเวลาที่สำคัญ
หากย้อนกลับไปในประวัติศาสตร์เศรษฐกิจโลก จะพบว่ามีเพียงไม่กี่ช่วงเวลาที่เปลี่ยนทิศทางของโลกอย่างแท้จริง
- การปฏิวัติอุตสาหกรรมทำให้กำลังการผลิตเพิ่มขึ้น
- การค้นพบไฟฟ้าสร้างอุตสาหกรรมสมัยใหม่
- อินเทอร์เน็ตเปลี่ยนวิธีการสื่อสารและการดำเนินธุรกิจ
วันนี้ โลกกำลังเข้าสู่การเปลี่ยนแปลงครั้งใหม่ โดยมี เซมิคอนดักเตอร์ เป็นรากฐานของทุกเทคโนโลยี
ทุกครั้งที่เราใช้โทรศัพท์มือถือ เปิดใช้งาน ChatGPT ขับรถยนต์ไฟฟ้า ใช้ระบบ Cloud หรือให้ AI ช่วยวิเคราะห์ข้อมูล เบื้องหลังล้วนทำงานผ่านชิปเซมิคอนดักเตอร์
ชิปไม่ได้เป็นเพียงชิ้นส่วนอิเล็กทรอนิกส์อีกต่อไป แต่กลายเป็น “โครงสร้างพื้นฐานของเศรษฐกิจดิจิทัล”
การลงทุนของโลกกำลังเร่งตัวอย่างไม่เคยมีมาก่อน
ข้อมูลจาก SEMI แสดงให้เห็นว่า ยอดจำหน่ายเครื่องจักรสำหรับการผลิตเซมิคอนดักเตอร์ทั่วโลกในปี 2025 สูงถึง 135.1 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ และมีแนวโน้มเติบโตต่อเนื่องจนแตะ 229.5 พันล้านดอลลาร์สหรัฐภายในปี 2028
ที่น่าสนใจคือ การลงทุนไม่ได้กระจุกอยู่เฉพาะการผลิตเวเฟอร์อีกต่อไป
เทคโนโลยีที่กำลังขับเคลื่อนการลงทุน
การเติบโตอย่างรวดเร็วของ AI ทำให้เกิดการลงทุนมหาศาลใน
- Advanced Packaging
- Advanced Test
- High Bandwidth Memory (HBM)
- Power Semiconductor
- AI Accelerator
- Data Center Infrastructure
สิ่งเหล่านี้กำลังเปลี่ยนห่วงโซ่อุตสาหกรรมเซมิคอนดักเตอร์ทั้งระบบ
ประเทศไทยไม่ได้เริ่มต้นจากศูนย์
หลายคนเข้าใจว่า ประเทศไทยเพิ่งเริ่มเข้าสู่อุตสาหกรรมเซมิคอนดักเตอร์
แต่ความจริงแล้ว ประเทศไทยมีฐานการผลิตอิเล็กทรอนิกส์ที่แข็งแกร่งมานานหลายทศวรรษ
- เรามีโรงงานระดับโลก
- เรามีวิศวกรที่มีประสบการณ์
- เรามีระบบคุณภาพที่ได้รับการยอมรับ
- เรามีซัพพลายเออร์จำนวนมากที่เป็นส่วนหนึ่งของห่วงโซ่อุปทานโลก
ในปี 2024 ประเทศไทยส่งออกสินค้าอิเล็กทรอนิกส์มูลค่ากว่า 1.86 ล้านล้านบาท และส่งออกเซมิคอนดักเตอร์ประมาณ 436,000 ล้านบาท
ตัวเลขเหล่านี้สะท้อนว่า ประเทศไทยไม่ได้กำลังสร้างอุตสาหกรรมใหม่จากศูนย์ แต่กำลังต่อยอดจากฐานที่แข็งแรงอยู่แล้ว
โอกาสครั้งใหม่กำลังเกิดขึ้น
การลงทุนของบริษัทระดับโลก เช่น Infineon และ Analog Devices รวมถึงการขยายตัวของผู้ผลิตในกลุ่มเซมิคอนดักเตอร์และอิเล็กทรอนิกส์ขั้นสูง กำลังสร้างความต้องการบุคลากรในสาขาใหม่ ๆ เช่น
สาขาบุคลากรที่เป็นที่ต้องการ
- IC Design
- Advanced Packaging
- Product Engineering
- Test Engineering
- Failure Analysis
- Reliability Engineering
- Automation
- Industrial AI
- Manufacturing Data Analytics
นี่คือการเปลี่ยนแปลงที่สำคัญ เพราะตำแหน่งงานเหล่านี้มีมูลค่าเพิ่มสูง และเป็นรากฐานของเศรษฐกิจฐานความรู้
บทเรียนจากประสบการณ์กว่า 25 ปี
ตลอดเวลากว่า 25 ปีที่ผมทำงานในอุตสาหกรรมเซมิคอนดักเตอร์ ผมได้เห็นการเปลี่ยนแปลงของเทคโนโลยีหลายยุค
ผมเริ่มทำงานในช่วงที่การวิเคราะห์ปัญหายังใช้เอกสาร การประชุม และประสบการณ์ของวิศวกรเป็นหลัก
ต่อมาระบบ MES, SPC, Automation และ Data Analytics เข้ามามีบทบาท
วันนี้ AI สามารถวิเคราะห์ข้อมูลหลายล้านรายการได้ภายในเวลาไม่กี่วินาที
แต่สิ่งหนึ่งที่ไม่เคยเปลี่ยน คือ
เทคโนโลยีจะมีคุณค่าได้ ก็ต่อเมื่อมีคนที่เข้าใจและสามารถนำไปใช้แก้ปัญหาได้จริง
ผมได้เห็นวิศวกรไทยจำนวนมากเติบโตจากวิศวกรรุ่นใหม่ จนกลายเป็นผู้เชี่ยวชาญที่ได้รับการยอมรับในระดับโลก
สิ่งเหล่านี้ทำให้ผมมั่นใจว่า
ประเทศไทยไม่ได้ขาด “คนเก่ง”
แต่เราต้องสร้างระบบที่ทำให้คนเก่งเติบโตได้เร็วขึ้น และสามารถถ่ายทอดองค์ความรู้ไปยังคนรุ่นต่อไป
ประเทศไทยควรมุ่งไปในทิศทางใด
ผมไม่ได้เชื่อว่า ประเทศไทยจำเป็นต้องแข่งขันกับทุกประเทศในทุกด้าน
แต่เราควรเลือกสร้างความเป็นเลิศในสิ่งที่สอดคล้องกับจุดแข็งของเรา
จุดแข็งที่ประเทศไทยควรเลือกสร้างความเป็นเลิศ
- Advanced Packaging
- Semiconductor Testing
- Reliability Engineering
- Smart Manufacturing
- Industrial AI
- Power Electronics
- Automation Integration
- การพัฒนาบุคลากรด้านเซมิคอนดักเตอร์
หากเราลงทุนอย่างต่อเนื่อง ประเทศไทยสามารถก้าวขึ้นเป็นหนึ่งในศูนย์กลางด้านเซมิคอนดักเตอร์ของอาเซียนได้
วิสัยทัศน์ของผมต่อประเทศไทย
ผมอยากเห็นประเทศไทยในอีก 10–15 ปีข้างหน้า เป็นประเทศที่
- มีวิศวกรเซมิคอนดักเตอร์ที่ได้รับการยอมรับในระดับโลก
- มีมหาวิทยาลัยที่ผลิตบุคลากรตรงกับความต้องการของอุตสาหกรรม
- มีศูนย์วิจัยด้าน Advanced Packaging และ Smart Manufacturing
- มีบริษัทไทยที่สามารถพัฒนาเทคโนโลยีของตนเอง
- มีระบบนิเวศที่เชื่อมโยงภาคการศึกษา ภาคอุตสาหกรรม และงานวิจัยเข้าด้วยกัน
เมื่อวันนั้นมาถึง ประเทศไทยจะไม่ได้เป็นเพียงฐานการผลิตอีกต่อไป
แต่จะเป็นประเทศที่สร้างองค์ความรู้ สร้างนวัตกรรม และสร้างบุคลากรที่มีคุณค่าให้กับโลก
บทสรุป
ผมเชื่อว่า โอกาสครั้งสำคัญที่สุดของประเทศไทย ไม่ใช่การได้รับการลงทุนจากต่างประเทศเพียงอย่างเดียว
แต่คือการใช้การลงทุนเหล่านั้นเป็น “โรงเรียนแห่งการเรียนรู้”
เพื่อสร้างวิศวกร ผู้เชี่ยวชาญ นักวิจัย และผู้นำอุตสาหกรรมรุ่นใหม่
เครื่องจักรสามารถซื้อได้
โรงงานสามารถสร้างได้
แต่ บุคลากรคุณภาพสูงต้องใช้เวลาในการพัฒนา
หากประเทศไทยสามารถเปลี่ยนการลงทุนในวันนี้ ให้กลายเป็นองค์ความรู้ของคนไทยในวันพรุ่งนี้
ผมเชื่อว่า ประเทศไทยจะไม่ได้เป็นเพียงผู้ตามของอุตสาหกรรมโลก
แต่จะเป็นหนึ่งในประเทศที่ร่วมสร้างอนาคตของอุตสาหกรรมเซมิคอนดักเตอร์โลกอย่างภาคภูมิ
Reflection by Dr. Pichai Sirikij
“ตลอดเวลากว่า 25 ปีในอุตสาหกรรมเซมิคอนดักเตอร์ ผมได้เรียนรู้ว่า เทคโนโลยีที่ดีที่สุดจะไม่มีความหมาย หากไม่มีคนที่เข้าใจและสามารถนำไปใช้สร้างคุณค่าได้ ประเทศไทยมีศักยภาพ มีบุคลากรที่มีความสามารถ และกำลังได้รับโอกาสครั้งสำคัญจากการเปลี่ยนแปลงของโลก วันนี้คือเวลาที่เราต้องร่วมกันสร้างคน สร้างองค์ความรู้ และสร้างอนาคตของประเทศไทยไปพร้อมกัน”
Executive Insight
“โอกาสครั้งใหญ่ที่สุดของประเทศไทย ไม่ใช่เพียงการมีโรงงานเซมิคอนดักเตอร์เพิ่มขึ้น แต่คือการเปลี่ยนการลงทุนของโลก ให้กลายเป็นองค์ความรู้ ความสามารถ และความภาคภูมิใจของคนไทย”
