บทที่ 2 · SEMICONDUCTOR THAILAND
ประเทศไทยจะคว้าโอกาส
ในยุคเศรษฐกิจเซมิคอนดักเตอร์ได้อย่างไร
5 ยุทธศาสตร์สำคัญเพื่อยกระดับประเทศ สร้างคน และสร้างอนาคต
Executive Summary
ในบทแรก เราได้เห็นแล้วว่าโลกกำลังเข้าสู่ยุคเศรษฐกิจเซมิคอนดักเตอร์ และประเทศไทยกำลังได้รับโอกาสครั้งสำคัญจากการเปลี่ยนแปลงของห่วงโซ่อุปทานโลก
อย่างไรก็ตาม โอกาสจะไม่เปลี่ยนเป็นความสำเร็จโดยอัตโนมัติ
หลายประเทศกำลังแข่งขันกันอย่างจริงจัง ทั้งการลงทุนในบุคลากร การวิจัย โครงสร้างพื้นฐาน และการดึงดูดบริษัทเทคโนโลยีระดับโลก
คำถามสำคัญจึงไม่ใช่เพียงว่า “ประเทศไทยมีโอกาสหรือไม่”
แต่คือ
“ประเทศไทยควรทำอะไรตั้งแต่วันนี้ เพื่อให้โอกาสครั้งนี้กลายเป็นความสามารถในการแข่งขันระยะยาว”
จากประสบการณ์ของผมในอุตสาหกรรมเซมิคอนดักเตอร์ ผมเชื่อว่ามี 5 ยุทธศาสตร์สำคัญที่ประเทศไทยควรเร่งดำเนินการ
ยุทธศาสตร์ที่ 1
พัฒนาคนให้เร็วกว่าการเติบโตของอุตสาหกรรม
ทุกครั้งที่บริษัทระดับโลกตัดสินใจลงทุน สิ่งแรกที่พวกเขาประเมินไม่ใช่เครื่องจักร แต่คือ คุณภาพของบุคลากร
ประเทศไทยต้องเร่งผลิตบุคลากรในสาขา
ทักษะสำคัญสำหรับอุตสาหกรรม
- IC Design
- Process Engineering
- Advanced Packaging
- Test Engineering
- Reliability
- Automation
- Industrial AI
- Data Analytics
พร้อมทั้งสร้างระบบ Upskill และ Reskill สำหรับบุคลากรที่ทำงานอยู่แล้ว
การลงทุนด้านคนในวันนี้ จะเป็นผลตอบแทนที่สำคัญที่สุดในอีก 10–20 ปีข้างหน้า
ยุทธศาสตร์ที่ 2
ยกระดับเทคโนโลยีและนวัตกรรม
ประเทศไทยไม่จำเป็นต้องแข่งขันในทุกเทคโนโลยี
แต่ควรเลือกลงทุนในสาขาที่สอดคล้องกับจุดแข็ง เช่น
เทคโนโลยีที่สอดคล้องกับจุดแข็งของไทย
- Advanced Packaging
- Power Semiconductor
- Smart Manufacturing
- Industrial AI
- Reliability Engineering
การสร้างศูนย์วิจัยและพัฒนาที่เชื่อมโยงมหาวิทยาลัยกับภาคอุตสาหกรรม จะช่วยให้ประเทศสร้างองค์ความรู้ของตนเองได้
ยุทธศาสตร์ที่ 3
สร้างระบบนิเวศของอุตสาหกรรม
ความสำเร็จของประเทศไม่ได้เกิดจากโรงงานเพียงแห่งเดียว
แต่เกิดจากการเชื่อมโยง
ภาคส่วนที่ต้องทำงานร่วมกัน
- มหาวิทยาลัย
- สถาบันวิจัย
- ภาคอุตสาหกรรม
- ผู้ประกอบการ
- ซัพพลายเออร์
- ภาครัฐ
ให้ทำงานไปในทิศทางเดียวกัน
ประเทศที่สร้างระบบนิเวศได้แข็งแรง จะสามารถดึงดูดการลงทุนและสร้างนวัตกรรมได้อย่างต่อเนื่อง
ยุทธศาสตร์ที่ 4
เปลี่ยนการลงทุนให้เป็นองค์ความรู้
จากประสบการณ์ของผม โรงงานระดับโลกไม่ได้สร้างเพียงผลิตภัณฑ์
แต่สามารถสร้าง
คุณค่าที่เติบโตจากการลงทุน
- วิศวกร
- ผู้เชี่ยวชาญ
- ผู้จัดการ
- ผู้นำด้านเทคโนโลยี
หากประเทศไทยสามารถถ่ายทอดองค์ความรู้จากบริษัทระดับโลกไปสู่มหาวิทยาลัยและอุตสาหกรรมโดยรวมได้ การลงทุนทุกโครงการจะสร้างคุณค่าได้มากกว่าตัวเลขมูลค่าการลงทุน
ยุทธศาสตร์ที่ 5
สร้างภาพลักษณ์ประเทศไทยในฐานะศูนย์กลางเทคโนโลยี
ประเทศไทยควรสื่อสารกับโลกอย่างชัดเจนว่า
เราไม่ได้เป็นเพียงฐานการผลิต
แต่เป็นประเทศที่
- มีบุคลากรคุณภาพ
- มีระบบอุตสาหกรรมที่เข้มแข็ง
- มีความพร้อมด้าน Smart Manufacturing
- มีศักยภาพด้าน Advanced Packaging
- พร้อมเป็นพันธมิตรระยะยาวของอุตสาหกรรมโลก
ภาพลักษณ์นี้จะช่วยสร้างความเชื่อมั่นและดึงดูดการลงทุนคุณภาพสูง
From My Experience
ตลอดเวลากว่า 25 ปี ผมได้เห็นการเติบโตของอุตสาหกรรมเซมิคอนดักเตอร์ไทยอย่างต่อเนื่อง
สิ่งที่ทำให้ผมเชื่อมั่นมากที่สุด ไม่ใช่เครื่องจักรหรือเทคโนโลยี แต่คือ คนไทย
ผมเห็นวิศวกรไทยเรียนรู้เทคโนโลยีใหม่อย่างรวดเร็ว
เห็นทีมงานไทยทำงานร่วมกับผู้เชี่ยวชาญจากทั่วโลก
และเห็นบุคลากรไทยได้รับความไว้วางใจให้รับผิดชอบงานที่มีความสำคัญระดับนานาชาติ
หากเราสามารถสร้างระบบที่ทำให้คนรุ่นใหม่เติบโตได้เร็วกว่าเดิม ประเทศไทยจะมีความได้เปรียบที่ยั่งยืนกว่าการแข่งขันด้วยต้นทุนแรงงาน
บทสรุป
โอกาสของประเทศไทยไม่ได้อยู่ที่การมีโรงงานเพิ่มขึ้นเพียงอย่างเดียว
แต่อยู่ที่การสร้าง คน องค์ความรู้ และระบบนิเวศ ที่จะทำให้การลงทุนทุกโครงการกลายเป็นรากฐานของการพัฒนาประเทศในระยะยาว
การคว้าโอกาสครั้งนี้ต้องอาศัยความร่วมมือจากทุกภาคส่วน ทั้งภาคอุตสาหกรรม มหาวิทยาลัย ผู้กำหนดนโยบาย และคนรุ่นใหม่
หากเราลงมืออย่างต่อเนื่อง ประเทศไทยมีศักยภาพที่จะก้าวขึ้นเป็นหนึ่งในศูนย์กลางด้านเซมิคอนดักเตอร์ อิเล็กทรอนิกส์ขั้นสูง และการผลิตอัจฉริยะของอาเซียน
Reflection by Dr. Pichai Sirikij
“ผมเชื่อว่า ความสำเร็จของประเทศไม่ได้วัดจากจำนวนโรงงานหรือมูลค่าการลงทุนเพียงอย่างเดียว แต่ต้องวัดจากจำนวนคนที่ได้รับโอกาสในการเรียนรู้ เติบโต และสร้างนวัตกรรม หากเราสร้างคนได้ ประเทศไทยจะสร้างอนาคตของตนเองได้”
Executive Insight
“ประเทศที่คว้าโอกาสได้ก่อน ไม่ใช่ประเทศที่รอความพร้อม แต่คือประเทศที่เริ่มเตรียมคน ความรู้ และระบบนิเวศก่อนที่โอกาสจะมาถึง”
